Radio

ยินดีต้อนรับ

chat box


วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วันวิสาขบูชา

 วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า 3 ประการ คือ เป็นวันประสูติ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และปรินิพพาน

ความหมาย คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสา - ขบุรณมีบูชา " แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน 7
ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 คราวคือ
1. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติ ที่พระราชอุทยาน ลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี
 
2. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี หลังจากออกผนวชได้ 6 ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย
 
3. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ 45 ปี พระชนมายุได้ 80 พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง กุสีนคระ) แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย
 
นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง 3 เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่าน ผู้เป็นดวงประทีปของโลก
ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า ข อ ง วั น วิ ส า ข บู ช า ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
วันวิสาข บูชานี้ ปรากฏตามหลักฐานว่า ได้มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่า คงจะได้แบบอย่าง มาจากลังกา กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. 420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่าง มโหฬาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม แม้ปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติอยู่
สมัยสุโขทัย นั้น ประเทศไทยกับประเทศลังกามีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาใกล้ชิดกันมากเพราะ พระสงฆ์ชาวลังกา ได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย
ในหนังสือ นางนพมาศได้กล่าวบรรยากาศการประกอบพิธีวิสาขบูชาสมัยสุโขทัยไว้ พอสรุปใจความได้ว่า " เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยทั่วทุก หมู่บ้านทุกตำบล ต่างช่วยกันทำความสะอาด ประดับตกแต่งพระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษ ด้วยดอกไม้ของหอม จุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นการอุทิศบูชาพระรัตนตรัย เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ครั้นตกเวลาเย็น ก็เสด็จพระราช ดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ไปยังพระ อารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน
ส่วน ชาวสุโขทัยชวนกันรักษาศีล ฟังธรรมเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน ถวายอาหารบิณฑบาต แด่พระภิกษุ สามเณรบริจาคทรัพย์แจกเป็นทานแก่คนยากจน คนกำพร้า คนอนาถา คนแก่ คนพิการ บางพวกก็ชวนกันสละทรัพย์ ปล่อยสัตว์ 4 เท้า 2 เท้า และเต่า ปลา เพื่อชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระ โดยเชื่อว่าจะทำให้คนอายุ ยืนยาวต่อไป "
ในสมัย อยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยอำนาจอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ เข้าครอบงำประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูงกว่าอำนาจของพระพุทธศาสนา จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่า ได้มีการประกอบพิธีบูชาในวันวิสาขบูชา จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2360) ทรงดำริกับ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟู การประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดย สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรกในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 2360 และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อมีพระประสงค์ให้ประชาชนประกอบการบุญการกุศล เป็นหนทางเจริญอายุ และอยู่เย็นเป็นสุขปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และอุปัทวันตรายต่างๆ โดยทั่วหน้ากัน
ฉะนั้น การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
การจัดงาน เฉลิมฉลองในวันวิสาขบูชาที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกยุคทุกสมัย คงได้แก่การจัดงานเฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชา พ.ศ.2500 ซึ่งทางราชการเรียกว่างาน " ฉลอง 25 พุทธศตวรรษ " ตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 18 พฤษภาคม รวม 7 วัน ได้จัดงานส่วนใหญ่ขึ้นที่ท้องสนามหลวง ส่วนสถานที่ราชการ และวัดอารามต่างๆ ประดับธงทิวและโคมไฟสว่างไสวไปทั่วพระ ราชอาณาจักร ประชาชนถือศีล 5 หรือศีล 8 ตามศรัทธาตลอดเวลา 7 วัน มีการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์รวม 2,500 รูป ประชาชน งดการฆ่าสัตว์ และงดการดื่มสุรา ตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 14 พฤษภาคม รวม 3 วัน มีการก่อสร้าง พุทธมณฑล จัดภัตตาหาร เลี้ยงพระภิกษุสงฆ์วันละ 2,500 รูป ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารแก่ประชาชน วันละ 200,000 คน เป็นเวลา 3 วัน ออกกฎหมาย สงวนสัตว์ป่าในบริเวณนั้น รวมถึงการฆ่าสัตว์ และจับสัตว์ในบริเวณวัด และหน้าวัดด้วย และได้มีการปฏิบัติธรรมอันยิ่งใหญ่ อย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นกรณีพิเศษ ในวันวิสาขบูชาปีนั้นด้วย

เอาคลิปวิดีโอวันวิสาขบูชาดีๆมาฝากครับ

แบบทดสอบวันวิสาขบูชา

แบบทดสอบวันวิสาขบูชา

แบบทดสอบความรู้ออนไลน์
แบบทดสอบเรื่อง วันวิสาขบูชา




1. วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญอย่างไร

เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์

วันประสูต ตรัสรู้ ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า

เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

เป็นวันที่มีรัตนไตรครบสามองค์


2. วันวิสาขบูชาตรงกับวันที่เท่าไร

ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7

แรม 1 ค่ำ เดือน 7

ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7

แรม 15 ค่ำ เดือน 7



3. วิสาขบูชา มีความหมายว่าอย่างไร

วันแห่งการทำความดี

วันแห่งการกำเนิดพุทธศาสนา

วันแห่งการให้

การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ



4. พระพุทธเจ้าประสูติ ณ สถานที่ใด

ลุมพินีวัน

ป่่าอิสปตนมฤคทายวัน

เมืองกบิลพัสดุ์

เมืองพาราณสี



5. พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ณ สถานที่ใด

มิถิลา

สาลวโนทยาน

เวสาลี

อุชเชนี





ผลคะแนน =

เฉลยคำตอบ:






วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การปกครองสมัยอยุธยา

รูปแบบการปกครองสมัยอยุธยา

       รูปแบบการปกครองสมัยอยุธยานั้นแบ่งได้ 3 ระยะตามลักษณะการปกครอง คือ การปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น อยุธยาตอนกลาง อยุธยา ตอนปลาย

การปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น มี ลักษณะดังนี้

       การปกครองระยะนี้เริ่มเมื่อ (พ.ศ.1893-1991 )สมัยพระเจ้าอู่ทองถึงสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 แบ่งการปกครองได้ 2 ส่วน

        ส่วนที่ 1 การปกครองส่วนกลาง การปกครองในเขตราชธานี และบริเวณโดยรอบราชธานีโดยได้จัดรูปแบบการปกครองแบบเขมร จัดหน่วยการปกครองเป็น 4 หน่วย แต่ละหน่วยมีเสนาบดีบริหารงาน ได้แก่ กรมเวียง (ดูแลในเขตเมืองหลวง) กรมวัง(ดูแลพระราช สำนักและพิจารณาคดี) กรมคลัง(ดูแลพระราชทรัพย์) กรมนา (จัดเก็บภาษีและจัดหาเสบียงสำหรับกองทัพ)

        ส่วน ที่ 2 การปกครองส่วนหัวเมือง แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ
1. เมืองลูกหลวง หรือเมืองหน้าด่าน ตั้งอยู่รอบ ราชธานี 4 ทิศ เช่น ลพบุรี นครนายก พระประแดง สุพรรณบุรี ให้โอรสหรือพระราชวงศ์ชั้นสูงไปปกครอง
2. หัวเมืองชั้นใน อยู่ถัดจากเมืองลูกหลวงออกไป ได้แก่ พรหมบุรี สิงห์บุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตะนาวศรี ไชยา นครศรีธรรมราช ให้ขุนนางที่กษัตริย์แต่งตั้งไปปกครอง
3.หัวเมือง ชั้นนอก หรือหัวเมืองพระยามหานครคือหัวเมืองขนาด ใหญ่ห่างจากราชธานีผู้ปกครองสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองเดิมหรือตัวแทนที่ ราชธานีส่งมาปกครอง
4. เมืองประเทศราช เป็น เมืองที่ยังได้ปกครองตนเองเพราะอยู่ไกลที่สุด มีความเป็นอิสระเหมือนเดิมแต่ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการตามกำหนดส่งกองทัพ มาช่วยเวลาสงคราม เช่นสุโขทัย เขมร เป็นต้น



การปกครองสมัย อยุธยาตอนกลาง ( 1991-2231) มีลักษณะดังนี้

        ช่วงเวลาทางการ เมืองสมัยอยุธยาตอนกลางได้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เหมาะสมกับ สภาพการณ์ ทางการเมือง โดยมีสถาบันกษัตริย์เป็นหลักในการปกครองแบ่งได้ 2 ช่วง

        ช่วงที่ 1 เป็นช่วงสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรง ปรับปรุงการปกครองใหม่เนื่องจากปัจจัยหลายๆอย่างเช่น เศรษฐกิจ ควบคุมหัวเมืองได้ไม่ทั่วถึง และเมืองลูกหลวงหรือเมืองหน้า ด่านมีอำนาจมากขึ้น และมักแย่งชิงบัลลังก์อยู่เนืองๆ ประกอบกับอาณาเขตที่กว้างขวางกว่า เดิมพระองค์ได้จัดการแยก ทหารและ พลเรือนออกจากกัน และ จัดการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้ราชธานีมีอำนาจมากขึ้น มีการควบคุมเข้มงวดมากขึ้น มีการปฏิรูป การปกครองแยกเป็น 2 ส่วน คือส่วนกลางและหัวเมือง
สมเด็จพระบรมไตรโลก นาถแยกการ ปกครองส่วนกลางเป็น 2 ฝ่าย คือ ทหารและพลเรือน ทหาร มี สมุหกลาโหมดูแล ส่วนพลเรือนมี สมุห นายก ดูแล
สมุหนายก มีอัครมหาเสนาบดีตำแหน่ง สมุหนายก ดูแล ข้าราชการฝ่ายพลเรือนทั้งในราช
สมุห กลาโหม มีอัครมหาเสนาบดีตำแหน่ง สมุหพระกลาโหมเป็นผู้ดูแลฝ่ายทหาร ทั้งในราชานีและหัวเมือง และยังได้ปรับปรุงจตุสดมภ์ภายใต้การดูแลของ สมุห นายก อัครมหาเสนาบดีผู้ดูแลปรับเปลี่ยนชื่อเป็น ออกญาโกษาธิบดี

การปฏิรูปส่วนหัวเมือง แยกเป็น 3 ส่วน

         หัวเมืองชั้นใน ยกเลิกหัวเมืองลูกหลวง จัดตั้งเป็นเมืองชั้นใน ทรงขุนนางไปครองเรียก ผู้ รั้ง
หัวเมือง ชั้นนอก คือหัวเมืองประเทศราชเดิม ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยาเรียกว่า เมืองพระยามหานคร จัดการ ปกครองใกล้ชิด เช่น พิษณุโลก นครศรีธรรมราช เป็นเมืองชั้นเอก โท และตรี
เมือง ประเทศราช คือเมืองชาวต่างชาติที่ยอมอยู่ใต้อำนาจ เช่น ตะนาวศรี ทะวาย เขมร ให้เจ้านายพื้นเมืองเดิมปกครอง ส่งบรรณาการและกองทัพมาช่วยเวลาเกิดสงคราม
ช่วง ที่ 2 ตรงกับสมัยพระเพทราชา ถ่วงดุล อำนาจทางทหารโดยให้สมุหกลาโหม และสมุหนายก ดูแลทั้งทหารและพลเรือน โดยแบ่ง หัวเมืองใต้ ให้สมุหกลาโหมดูแลหัวเมืองทางใต้และพลเรือน ส่วนพลเรือนและทหารฝ่ายเหนือให้ สมุหกลาโหมดูแล




การปกครองสมัย อยุธยาตอนปลาย(ในช่วง 2231-2310)มีลักษณะดังนี้
        พอถึงสมัยสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวบรมโกศ ครองราชย์ ทรงปรับเปลี่ยนอำนาจทางทหาร เพื่อถ่วงดุลมากขึ้นโดย ให้พระโกษาธิบดีหรือพระคลัง ดูแลทหารและพลเรือนทางใต้ แทนสมุหกลา-โหม ส่วนสมุหนายก ยังคงเหมือนเดิม การปรับ ปรุงเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยอยุธยาตั้งแต่ตอนต้นจนถึงตอนปลายนั้น กระทำเพื่อการรวมอำนาจสู่ศูนย์กลางให้มากที่สุด เพื่อถ่วงอำนาจ ระหว่างเจ้านาย และ ขุนนาง ไม่ให้เป็นภัยต่อพระมหากษัตริย์นั้นเอง

         เข้าใจชัดแล้วใช่ไหมว่า ทำไมอยุธยาต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปกครองค่อนข้างบ่อยเหตุผลก็เพื่อความ มั่นคงของสถาบันกษัตริย์ที่เป็นหลักในการปกครองนั่นเอง สรุป การปกครองสมัยอยุธยามีการปรับปรุงให้ เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเมืองโดยมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือพยายามรวมอำนาจ การปกครองสู่ส่วนกลาง และควบคุมการปกครองหัวเมืองต่างๆให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น พร้อมกับพยายามจัดรูปแบบการปกครอง เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับกลุ่มเจ้านายและขุนนาง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการปกครอง ดังนั้น สมัยอาณาจักรอยุธยาจึงเกิดการแย่งชิงอำนายทางการเมืองระหว่างพระมหากษัตริย์ เจ้านาย และขุนนาง ตลอดจนสิ้นอยุธยา



 

แบบทดสอบหลังเรียน การปกครองสมัยอยุธยา

แบบทดสอบหลังเรียน การปกครองสมัยอยุธยา

แบบทดสอบของpoyori
แบบทดสอบของPoyori



1. การปกครองสมัยอยุทธยาตอนต้นเริ่มตั้งแต่พ.ศ.ใด

พ.ศ.1893-1991

พ.ศ.1900-2000

พ.ศ.1893-2553

พ.ศ.1987-2111


2. การปกครองสมัยอยุธยาตอนต้นแบ่งการปกครองได้กี่ส่วน

1 ส่วน

2 ส่วน

ผิดทุกข้อ

ถูกทุกข้อ



3. การปกครองส่วนหัวเมืองแบ่งเป็นกี่ระดับ

7 ระดับ

6 ระดับ

5 ระดับ

4 ระดับ



4. อยุธยาตอนกลางเริ่มตั้งแต่พ.ศ.ใด

พ.ศ.1991-2231

ค.ศ.1991-2231

ฮ.ศ.1991-2231

ม.ศ.1991-2231



5. การปกครองสมัยอยุธยาตอนกลางแบ่งได้กี่ช่วง

2 ช่วง

ข้อ1ถูก

ข้อ1และ2ถูก

ถูกทุกข้อ



6. การปฏิรูปส่วนหัวเมือง แยกเป็นกี่ส่วน

1 ส่วน

3 ส่วน

2 ส่วน

0 ส่วน



7. การปกครองสมัยอยุธยาตอนปลายเริ่มเมื่อพ.ศ.ใด

พ.ศ.2231-2310

พ.ศ.2200-2300

พ.ศ.2220-2330

พ.ศ.2222-2333



8. การเปลี่ยนแปลงการปกครองในสมัยอยุธยาเพื่ออะไร

กุไม่รู้กุเมา

นู๋ไม่รู้นู๋เมา

ผมไม่รู้ผมเมา

ความมั่นคงของสถาบันกษัตริย์ที่เป็นหลักในการปกครอง



9. ข้อใดคือเมืองลูกหลวง

พระนครศรีอยุธยา มหาสารคาม อุบลราชธานี

นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก แคริฟอเนีย

ระนอง ระยอง ยะลา

ลพบุรี นครนายก พระประแดง สุพรรณบุรี



10. หัวเมืองชั้นใน ให้ใครปกครอง

ให้ขุนนางที่กษัตริย์แต่งตั้งไปปกครอง

Le français pour les élèves thaïs

हिन्दी भाषाऐं सीखना

汉语 漢語



11. ข้อใดคือเมืองประเทศราช

เมืองที่พระมหากษัตริย์ปกครอง

ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการตามกำหนดส่งกองทัพ

เมืองที่ต้องคอยรับกองทัพข้าศึก

#$%^&*@!



12. เมืองประเทศราช เช่น

อิรัก อิหร่าน

เนปาล พม่า

จากาตาร์ ฟิลิปปิน

สุโขทัย เขมร



13. การปกครองส่วนกลางได้แก่

เวียง วัง คลัง นา

sin cos tan

เมืองลูกหลวง หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก เมืองประเทศราช

มัธยฐาน ฐานนิยม ค่าเฉลี่ย



14. อยุธยาตอนกลาง ช่วงที่1ใครเป็นผู้ปกครอง

สมเด็จฮุนเซ็น

พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

พระราม



15. ทำไมอยุธยาถึงสิ้นสุด

เพราะมีจลาจล

เพราะมีการแก่งแย่งอำนาจ

เพราะพม่าตีกรุงแตก

เพราะอะไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น





ผลคะแนน =

เฉลยคำตอบ:






แบบทดสอบหลังเรียน การปกครองสมัยสุโขทัย

แบบทดสอบของPoyori ลองทำกันดูเล่นๆนะครับ


1. อาณาจักรสุโขทัยเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยของกษัตริย์พระองค์ใด

ก. พ่อขุนเม็งราย

ข. พ่อขุนบางกลางหาว

ค. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

ง. พ่อขุนบานเมือง


2. เมืองหน้าด่านที่ตั้งอยู่ทาง ทิศตะวันออกของสุโขทัยคือเมืองใด

ก. เมืองศรีสัชนาลัย

ข. เมืองสองแคว

ค. เมืองสระหลวง

ง. เมืองนครชุม

3. เมืองในข้อใดที่มีหน้าที่รวบรวมกำลังคนและเตรียมสะเบียงอาหารยามมีศึกสงคราม

ก. เมืองพระยามหานคร

ข. เมืองลูกหลวง

ค. เมืองประเทศราช

ง. เมืองราชธานี

4. เมืองที่ใช้เวลาเดินเท้า 2 วัน มีความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ กษัตริย์ส่งพระบรมวงศานุวงไปปกครองคือเมืองใด

ก. เมืองพระยามหานคร

ข. เมืองลูกหลวง

ค. เมืองประเทศราช

ง. เมืองราชธานี

5. สมัยสุโขทัยมีการปกครองแบบใด

ก. ประชาธิปไตย

ข. สมมติเทพ

ค. สมบูรณาญาสิทธิราชย์

ง. คอมมิวนิสต์

6. การลงโทษในข้อใดต่อไปนี้ที่ ไม่ปรากฎในสมัยสุโขทัย

ก. การเฆี่ยน

ข. กักขับ

ค. กักขัง

ง. การประหารชีวิต

7. พ่อขุนรามคำแหงมหาราชนำพระ พุทธศาสนาเข้ามาเป็นศาสนาประจำชาติเพราะเหตุใด

ก. เห็นว่าไม่ค่อยมีผู้ให้การนับถือ

ข. เห็นว่าเป็นความเชื่อที่มีเหตุผลไม่งมงาย

ค. เห็นว่าประชาชนเป็นคนไม่ดี ควรมีศาสนาไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว

ง. เห็นว่าเป็นศาสนาที่เจริญรุ่งเรือง ถ้านำมานับถือจะทำให้อาณาจักรเจริญรุ่งเรือง

8. กฎหมายในข้อใดต่อไปนี้ที่มีการจารึกไว้ในหลักศิลาจารึก

ก. กฎหมายมรดก

ข. กฎหมายภาษี

ค. กฎหมายร้องทุกข์

ง. ถูกทุกข้อ

9. ข้อความในหลักศิลาจารึกที่ ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แสดงให้เห็นว่าสุโขทัยมีลักษณะอย่างไร

ก. ข้าวยากหมากแพง

ข. อดอยาก ขาดแคลนอาหาร

ค. ยากจน

ง. อุดมสมบูรณ์

10. อาณาจักรสุโขทัยเสื่อมลงและ ตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาในสมัยของกษัตริย์พระองค์ใด

พญาไสลือไทย

พญาลิไท

พญาลือไท

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

เป็นไงครับ ยากไหมครับ

เชิญดูผลคะแนน



ผลคะแนน =

เฉลยคำตอบ:

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การปกครองสมัยสุโขทัย

      การปกครองสมัยสุโขทัย

     อาณาจักรสุโขทัยเมื่อแรกตั้งเป็นอาณาจักรเล็กๆสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดคือ สมัยพ่อขุนรามคำแหง มหาราช
มีอาณาเขตทิศเหนือจรดเมืองลำพูน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือจรดเทือกเขาดงพญาเย็น และภูเขาพนมดรัก   ทิศตะวันตกจรดเมืองหงสาวดี ทางใต้จรดแหลมมลายู มีกษัตริย์ปกครองเป็นเอกราชติดต่อกันมา 6 พระองค์
     อาณาจักรสุโขทัย เสื่อมลงและตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมัยพญาไสลือไท โดยทำสงครามปราชัยแก่ พระบรมราชาที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยาในปีพศ.1921  และราชวงศ์พระร่วงยังคงปกครองในฐานะประเทศราชติดต่อกันมาอีก 2 พระองค์ จนสิ้นราชวงศ์ พ.ศ.1981


     อาณาจักรสุโขทัยเมื่อแรกตั้งเป็น อาณาจักรเล็กๆสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดคือสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชมีอาณาเขต                          
                   ทิศเหนือจรดเมืองลำพูน
                  ทิศตะวันออกเฉียงเหนือจรดเทือกเขาดงพญาเย็นและภูเขาพนมดงรัก
                  ทิศตะวันตกจรดเมืองหงศาวดีทางใต้จรดแหลมมลายู มีกษัตริย์ปกครองเป็นเอกราชติดต่อกันมา 6 พระองค์
         
        อาณาจักรสุโขทัยเสื่อมลงและตก เป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมัยพญาไสลือไทโดยทำสงครามปราชัยแก่พระ บรมราชาที่ 1
      แห่งกรุงศรีอยุธยาในปีพ.ศ.1921  และราชวงศ์พระร่วงยังคงปกครองในฐานะประเทศราชติตต่อกันมาอีก 2พระองค์
      จนสิ้นราชวงศ์ พ.ศ.1981
             
ลักษณะการปกครองสมัยสุโขทัย
       แบ่งออกเป็น 2ช่วง คือ การปกครองสมัยสุโขทัยตอนต้นและการปกครองสมัยสุโขทัยตอนปลาย ดังต่อไปนี้
        1.การปกครองสมัยสุโขทัยตอนต้นเมื่อขอมปกครอง สุโขทัยใช้ระบบการปกครองแบบนายปกครองบ่าวเมื่อสถาปนากรุงสุโขทัย
      ขึ้นใหม่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึง จัดการปกครองใหม่เป็นแบบบิดาปกครองบุตรหรือพ่อปกครองลูก หรือ ปิตุลาธิปไตย
       ซึ่งมีลักษณะสำคัญ 4 ประการ คือ
         1. รูปแบบราชาธิปไตย หมายถึงพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ปกครองสูงสุด ทรงใช้อำราจสูงสุดที่เรียกว่า อำนาจอธิปไตย
         2. รูปแบบบิดาปกครอง บุตร หมายถึงพระมหากษัตริย์ทรงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประชาชนมากจึงเปรียบ เสมือนเป็นหัวหน้าครอบครัว     
            หรือพ่อจึงมักมีคำนำหน้าพระ นามว่าพ่อขุน
         3. ลักษณะลดหลั่น กันลงมาเป็นขั้นๆเริ่มจากหลายครอบครัวรวมกันเป็นบ้านมีพ่อบ้านเป็นผู้ปกครอง หลายบ้านรวมกันเป็นเมืองมีพ่อเมือง
             เป็นผู้ปกครองหลายเมืองรวม กันเป็นประเทศมีพ่อขุนเป็นผู้ปกครอง
        4. การยึดหลักธรรมใน พุทธศาสนาในการบริหารบ้านเมือง
        2.การปกครองสมัยสุโขทัยตอนปลายการปกครองแบบบิดาปกครองบุตรเริ่ม เสื่อมลงเนื่องจากสถาบันพระมหากษะตริย์ไม่มั้นคงเกิดความ
        รำส่ำระสายเมืองต่างๆแยกตัวเป็น อิสระพระมหาธรรมราชาที่ 1จึงทรงดำเนินพระราชกุศโลบายทรงทำนุบำรุง ส่งเสริมพระพุทธศาสนา
        และทรงปฏิบัติธรรมเป็นตัวอย่าง แก่ราษฏรเพือ่ให้ราษฎรเลื่อมใสศรัทธาในหลักธรรมของพระพุทธศาสนาสร้างความ สามัคคีในบ้านเมือง
        ลักษณะการปกครองสุโขทัยตอนปลาย จึงเป็นแบบธรรมราชาดังนั้นจึงนับได้ว่าพระองค์ธรรมราชาพระองค์แรกและพระมหา กษัตริย์องค์
        ต่อมาทรงพระนามว่า"พระมหา ธรรมราชาทุกพระองค์" 
 
 การปกครองของอาณาจักรสุโขทัย แบ่งการปกครองออกเป็น
      1. เมืองหลวงหรือราชธานีเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์พระราชวัง และวัดจำนวนมากตั้งอยู่ในและนอกกำแพงเมืองราชธานีเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง
        การศาสนาวัฒนธรรมศิลปะและขนบ ประเพณีพระมหากษัตริย์ทางเป็นผู้ปกครองเอง
        2. เมืองลูกหลวงเป็น เมืองหน้าด่านตั้งอยู่รอบราชธานีห่างจากเมืองหลวงมีระยะทางเดินเท้าประมาณ 2วัน ได้แก่ เมืองศรีสัชนาลัย เมืองสองแคว เมืองสระหลวง
        เมืองชากังราว  เมืองลูกหลวงเป็น เมืองที่เจ้านายเชื้อพระวงส์ได้รับแการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์
ความเสื่อมของอาณาจักรสุโขทัย
        1. การ เปลี่ยนแปลงการปกครองสุโขทัยสมัยแรกๆปกครองแบบพ่อปกครองลูกและได้เปลี่ยน เป็นสมมติเทพในสมัยพญาเลอไทซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของ
        พระมหากษัตริย ์กับประชาชนห่างเหินกันมากขึ้น ความ สัมพันธ์แบบเครือญาติหมดไปพระมหากษัตริย์ต้องปกครองประเทศโดยลำพังทำให้เกิด ความขัดแย้งได้ง่าย
        ถ้าพระมหากษัตริย ์อ่อนแอ
        2. การ กระจายอำนาจในการปกครองการปกครองแบบนี้ทำให้หัวเมืองต่างๆตั้งตัวเป็นอิสระ ได้ง่าย เพราะมีอิทธิพลในการปกครองตนเอง
        3. การ แตกแยกในราชวงศ์สาเหตุนี้ทำให้บ้านเมืองทรุดโทรมและสูญเสียกำลังมากเพราะการ ฆ่าฟันกัน
        4. การ สิ้นสุดของอาณาจักรสุโขทัยซึ่งเกิดจากการสถาปนากรุงศรีอยุธยาที่มีความพร้อม และมีความเข้มแข็งมากกว่า
 GetAttachment7.jpg picture by applejamado

พระมหากษัตริย์ ที่ปกครองอาณาจักรสุโขทัย
พระมหากษัตริย์แห่ง อาณาจักรสุโขทัย เป็นกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงมีจำนวน 9 พระองค์ ดังนี้






สมัยสุโขทัย
ลำดับ รายพระนาม จุลศักราช พุทธศักราช คริสต์ศักราช รวมปีครองราชย์




(1) ราชวงศ์พระร่วง (120 ปี โดยทับเหลื่อมกับสมัยอยุธยา 27 ปี)
1 พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (พ่อขุนบางกลางหาว) 531-641 1792-1822 1249-1279 30 ปี
2 พ่อขุนบานเมือง 641 1822 1279 1 ปี
3 พ่อขุนรามคำแหงมหาราช (พ่อขุนรามราช) 641-660 1822-1841 1279-1298 19 ปี
4 พระยาเลอไท 660-685 1841-1866 1298-1323 25 ปี
5 พระยางั่วนำถม 685-709 1866-1890 1323-1347 24 ปี
6 พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) 709-730 1890-1911 1347-1368 21 ปี
7 พระมหาธรรมราชาที่ 2 (ลือไท) 730-761 1911-1942 1368-1399 31 ปี
8 พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไท) 761-781 1943-1962 1400-1419 19 ปี
9 พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) 781-800 1962-1981 1419-1438 19 ปี


แบบทดสอบหลังเรียน การปกครองสมัยสุโขทัย

 

เปิดblogส่งงานครู

blogใครไม่รุ เทพว่ะ